ออกแบบบ้านในฝัน

ออกแบบบ้านในฝัน

ออกแบบบ้านในฝัน สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ การออกแบบบ้านและแปลน บ้านถือเป็นเรื่องยากมาก เพราะนอกจากจะต้องคำนึงถึงความสวยงาม และฟังก์ชัน การใช้งานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่าย ที่น่าปวดหัวอีกต่างหาก ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังจะออกแบบบ้านด้วยตัวเอง และกำลังมองหาแรงบันดาลใจอยู่

เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงมีบ้านในฝัน ที่อยากจะตกแต่งออกมาให้สวยงาม ตรงกับความต้องการ และ ไลฟ์สไตล์ของตนเอง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมภายในอาคาร ให้เกิดความสะดวกสบายในด้านประโยชน์ใช้สอย และ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน ไปพร้อม ๆ กับความสวยงาม

โดยการออกแบบภายในต้องอาศัยพฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อยึดเป็นหลักในการออกแบบ ซึ่งการออกแบบตกแต่งภายในนั้น ถือเป็นงานที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ดังนั้นนักออกแบบจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ และ ควบคุมให้การออกแบบ ตอบสนองความต้องการของผู้ว่าจ้าง เพราะเหตุนี้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ว่าจ้างกับนักออกแบบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้การตกแต่งภายในออกมาสมบูรณ์แบบ

ออกแบบบ้านในฝัน

ออกแบบบ้านในฝัน

ออกแบบบ้านในฝัน

วิธีออกแบบบ้านเอง ให้สวยตรงใจ ใช้งานได้จริง

1.เลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับสมาชิก
ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัว จะต้องการบ้านขนาดใหญ่ และก็ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะเหมาะกับบ้านขนาดเล็ก ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะออกแบบบ้าน คือ การเลือกประเภทที่อยู่อาศัย ให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโด โดยลองพิจารณาดูว่า ควรจะพื้นที่เท่าไรถึงจะเข้ากับไลฟ์สไตล์ของทุกคน เพื่อนำไปคำนวนต่อว่าภายในที่พักอาศัยของเราควรมีห้องนอนเท่าไร ห้องน้ำเท่าไร และเพิ่มเติมส่วนไหนบ้าง

2.ให้ความสำคัญกับเลเอาต์เป็นอันดับแรก
หลักจากเลือกประเภทที่อาศัยได้แล้ว ควรให้ความสำคัญกับ แปลนบ้าน ก่อนการตกแต่ง เพราะแม้บ้านจะสวยงาม แต่ถ้าหากไม่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ก็เปล่าประโยชน์ ดังนั้นใครที่กำลัง จะออกแบบบ้านแล้วละก็ ควรออกแบบแปลนบ้านให้เสร็จก่อน โดยพิจารณาว่าจะวางตำแหน่ง แต่ละห้องอย่างไร ระหว่างพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่ส่วนตัว อยู่ติดกันได้หรือแยกคนละโซนไปเลนดีกว่า เพื่อป้องกันเสียงรบกวน หรือห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว ห้องครัว กั้นผนังดีไหม หรือออกแบบแบบ Open Plan ดีกว่า

3.ตกแต่งให้สอดคล้องกับพื้นที่
หลังจากเลือกแปลนบ้านที่ต้องการได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอนของการตกแต่ง ซึ่งควรเลือกให้สอดคล้องไปกับพื้นที่ ขนาด และการจัดวางแปลนบ้าน เช่น หากภายในบ้านค่อนข้างเล็ก ควรเลือกการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เพราะทั้งโทนสี และการออกแบบในสไตล์นี้จะช่วยให้ภายในบ้านดูกว้างขวาง สว่าง บรรรยากาศปลอดโปร่ง มากกว่าสไตล์เทรดิชันนอลหรือบ้านแบบดั้งเดิม ที่มักจะใช้ผนังกั้นห้องแบ่งพื้นที่ ซึ่งจะทำให้บ้านที่มีขนาดเล็กอยู่แล้วยิ่งดูแคบลง

4.คำนึงถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละจุด
เมื่อได้แบบบ้านที่ถูกใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งลงมือทันที ลองพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละจุดสักรอบ เช่น หากเป็นคนชอบหน้าต่างบานใหญ่ ๆ เพราะอยากให้บ้านสว่าง และมองเห็นวิวด้านนอกแล้ว อย่าลืมดูด้วยว่าตรงกับทิศแดดหรือไม่ แดดเข้าช่วงไหน ไม่อย่างนั้นก็จะทำให้บ้านร้อน อาจจะต้องติดกันสาด หรือเปลี่ยนผ้าม่านแบบกันความร้อน

5.ตั้งงบประมาณให้ชัดเจน
อีกหนึ่งปัญหาการตกแต่งบ้านที่หลายคนมักจะเจอก็คือ ซื้อของเข้าบ้านเพลินจนเกินไปงบ เพราะอยากได้ไปหมดทุกอย่าง ยิ่งหาก็ยิ่งเจอของที่ถูกใจ ฉะนั้นควรตั้งงบประมาณที่จะใช้ให้ชัดเจน และพยายามควบคุมให้อยู่ในวงเงินที่กำหนดเอาไว้ ป้องกันไม่ให้งบบานปลายหรือเกินได้นิดหน่อย แต่ไม่มากจนเกินไป ที่สำคัญอย่าลืมทำบัญชีเอาไว้ด้วย จะได้รู้ว่าใช้จ่ายกับอะไรไปบ้าง และสามารถลดตรงไหนช่วยประหยัดได้อีก

6.ถามความเห็นจากผู้รู้
ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาที่จะตามมาภายหลัง ควรปรึกษา หรือถามความเห็นจากคนที่อยู่แวดวงการออกแบบ อาจจะเป็นคนรู้จักที่มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่าง สถาปนิกหรืออินทีเรียเพิ่มเติมด้วย เพราะพวกเขาเหล่านี้ มีความรู้ความในเชิงลึก สามารถให้คำปรึกษาได้รอบด้าน รวมถึงการปรับ และแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ เพื่อให้บ้านเหมาะสมกับเราและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

7.เชื่อสัญชาตญาณตัวเองบ้าง
เพราะ การออกแบบบ้าน ไม่มีผิด ไม่มีถูก ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือความเหมาะสม และความต้องการ นอกจากวิธีการออกแบบ ที่กล่าวมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำตามเป๊ะ ๆ ทุกข้อ บางอย่างอาจจะดูนอกกรอบไปบ้าง แต่ถ้าลองพิจารณาดูแล้วว่าเป็นสิ่งที่เราชอบและเข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน ให้เชื่อสัญชาตญาณ และทำตามความต้องการของตัวเองบ้าน หรือพูดง่าย ๆ ว่า ถ้ารู้สึกว่าใช่ ก็คือใช่ ไม่จำเป็นต้องอิงตามใคร ตามตำราปลูกเรือนตามใจผู้อยู่นั่นเอง

การออกแบบภายในบ้าน

หลักการเบื้องต้นในการออกแบบตกแต่งภายใน

หากจะออกแบบภายใน ควรคำนึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของเจ้าของพื้นที่ เพื่อตอบสองการใช้งานให้ได้มากที่สุด แต่ต้องไม่ลืมหลักในการออกแบบด้วยเช่นกัน ซึ่งการออกแบบตกแต่งภายในนั้น มีหลักการเบื้องต้นที่ควรคำนึงถึงดังต่อไปนี้

1.ประโยชน์ใช้สอยในงานออกแบบ หากว่าสิ่งที่ออกแบบนั้นสวยงาม แต่ไม่มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน ก็ถือว่าเป็นการออกแบบที่ไม่มีประสิทธิภาพ ผู้ออกแบบควรมีความเข้าใจในงานศิลปะ การจัดวางพื้นที่ ไปจนถึงหลักการออกแบบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสัดส่วนของมนุษย์ จึงจะเป็นการออกแบบที่สมบูรณ์ บ้านหรู

2.ความงามของรูปแบบงาน สิ่งนี้เป็นปัจจัยหลักที่ สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้ เพราะรูปแบบของที่อยู่อาศัย สามารถส่งผลต่อสุขภาพจิตใจของผู้อยู่อาศัยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งยังบ่งบอกถึงความชอบ และ รสนิยม ได้เช่นกัน

3.การจัดวาง การวางตำแหน่งให้ถูกต้องถือเป็นอีกหนึ่ง สิ่งสำคัญที่จะทำให้การออกแบบ ภายในกลมกลืน และ สมบูรณ์ หากผู้ออกแบบมีความเข้าใจในพื้นที่ ก็จะสามารถใช้งานพื้นที่ได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพ และ เหมาะสม ตอบสนองการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

4.จิตวิทยาในการใช้ตกแต่งภายใน การออกแบบตกแต่งภายในนั้น ผู้ออกแบบจำเป็นจะต้องเข้าใจทฤษฎีเกี่ยวกับสี เพราะอารมณ์ และ ความรู้สึกที่มีต่อสี ส่งผลต่อจิตใจเป็นอย่างมาก การใช้สีตกแต่งภายใน ควรคำนึงถึงสถานที่ บุคคล เพศ วัย รสนิยม และ ประโยชน์ใช้สอยของ ผู้อาศัยเป็นสำคัญ

การออกแบบบ้าน หรือสร้างบ้านที่มีมาตรฐานสูง

ข้อดีการออกแบบบ้าน หรือสร้างบ้านที่มีมาตรฐานสูง

1.ทีมงานคุณภาพได้มาตรฐาน
ทีมงานเป็นหัวใจหลักของการสร้างบ้านหนึ่งหลังเลยทีเดียว การสร้างบ้านที่มีมาตรฐานสูง จะมีทีมสถาปนิกและวิศวกรประจำที่ดูแลการสร้างตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้น

โดยทุกส่วนจะทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและครบวงจรตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามารับบริการ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ลงตัว ทั้งยังเป็นการร่นระยะเวลาการทำงานให้เร็วขึ้น ลูกค้าจะได้บ้านที่สวย ถูกใจ ตรงตามไลฟ์สไตล์และความต้องการ ที่สำคัญได้บ้านดีมีมาตรฐาน สร้างแล้วเสร็จในระยะเวลาอันรวดเร็วอย่างมีคุณภาพ

ทีมงานสถาปนิกและวิศวกรจะเป็นทีมที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง สามารถตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าวได้จากเว็บไซต์ของบริษัทรับสร้างบ้าน

2.มีแบบบ้านให้เลือกเยอะ
เพื่อที่จะให้ลูกค้าได้บ้านที่ถูกใจที่สุด บริษัทรับออกแบบบ้านและสร้างบ้านที่มีมาตรฐานสูง จะมีแบบที่หลากหลายให้เลือก รวมถึงสามารถยืดหยุ่นดัดแปลงปรับแบบให้เหมาะสมกับความต้องการและพื้นที่บ้านของลูกค้า

ในส่วนของแบบบ้านจะมีการออกแบบภายใน ภายนอก ที่สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้บ้านสวยหรู วัสดุดีมีคุณภาพ ทั้งยังสามารถให้คำแนะนำดีๆ ช่วยให้ลูกค้าได้บ้านที่คุ้มค่าที่สุด เพราะบ้านหลังหนึ่งต้องอยู่กันยาวหลายสิบปี

3.มาตรฐานการก่อสร้างที่มาพร้อมการพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ

  • มาตรฐานกฎหมาย คือ ก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายความปลอดภัย
  • มาตรฐานวัสดุ คือ เลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน มอก. เหมาะกับประเภทงาน และติดตั้งอุปกรณ์ถูกต้อง
  • มาตรฐานวิชาชีพ คือ มีวิศวกร และ สถาปนิก เป็นผู้รับรองแบบที่ใช้ประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง
  • มาตรฐานตามสัญญา คือ ก่อสร้างบ้านที่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง ในเรื่องของ สเปควัสดุ รูปแบบ และระยะเวลา รวมถึงการรับประกันส่วนต่างๆ

4.สะดวกสบายครบจบที่เดียว
นอกเหนือจากการทำงานที่มีมาตรฐานสูง ทั้งการออกแบบบ้าน การก่อสร้างบ้าน ทีมงาน และวัสดุที่ใช้แล้ว ข้อดีของการสร้างบ้านมาตรฐานสูง คือ การให้บริการก่อนและหลังการสร้าง การให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนเลือกแบบบ้าน การใช้วัสดุต่างๆ เมื่อตกลงเลือกแบบบ้านเรียบร้อย บริษัทรับสร้างบ้านหรู ที่ทำงานด้วยมาตรฐานสูง

จะติดต่อประสานงานเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับการสร้างบ้านแทนลูกค้า เช่น ขออนุญาตก่อสร้าง ขอมิเตอร์น้ำและไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อใช้ระหว่างการก่อสร้าง จนกระทั่งเมื่อบ้านเสร็จเรียบร้อยก็ดำเนินเรื่องขอเลขที่บ้าน ขอมิเตอร์ไฟฟ้าและประปาถาวร ช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าของบ้าน

5.การรับประกันผลงาน
ข้อดีสุดท้ายของการสร้างบ้านมาตรฐานสูง คือ การรับประกันผลงาน ซึ่งอาจจะมีระยะเวลาและเงื่อนไขแตกต่างกันตามแต่ละบริษัทรับสร้างบ้าน ขึ้นอยู่กับนโยบายและมาตรฐานของแต่ละบริษัท หากเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานสูงและมีความเป็นมืออาชีพ จะมีเงื่อนไขและระยะเวลาของการรับประกันผลงานที่ลูกค้าจะได้รับประโยชน์มาก

เช่น มีระยะเวลาการรับประกันผลงานนานถึง 15 ปี มีการเข้าตรวจเยี่ยมบ้านอย่างสม่ำเสมอ หลังจากที่ส่งมอบบ้านให้ลูกค้าแล้ว รวมทั้งหากมีปัญหาที่เร่งด่วนก็สามารถเรียกช่างของบริษัทเข้าไปดูแลแก้ไขให้ได้ทันทีอีกด้วย